สารจากประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรับมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแพร่ระบาดในปีนี้มีความรุนแรงและขยายวงกว้างด้วยความรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วน และส่งผลโดยตรงต่อทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และพนักงาน อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงรักษาระดับของผลประกอบการโดยมีรายได้รวมของปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เทียบกับปีก่อน
คงความเป็นผู้นำในธุรกิจหลัก พร้อมผลักดันการเติบโตในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านและบริการลูกค้าองค์กร
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรับมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแพร่ระบาดในปีนี้มีความรุนแรงและขยายวงกว้างด้วยความรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วน และส่งผลโดยตรงต่อทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และพนักงาน อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงรักษาระดับของผลประกอบการโดยมีรายได้รวมของปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เทียบกับปีก่อน แม้รายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จะถูกกดดันด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงและการแข่งขันด้านราคา แต่เอไอเอสยังคงกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างและสร้างการรับรู้ในบริการ 5G ส่งผลให้เรายังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการทำงานและเรียนจากที่บ้าน สำหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากความต้องการบริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และไอซีทีโซลูชั่น เนื่องจากองค์กรต่างๆ พยายามปรับธุรกิจเข้าสู่เทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาเอไอเอสได้ควบคุมค่าใช้จ่ายโดยให้ความสำคัญทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การยกระดับประสิทธิภาพ และการวางแผนจัดลำดับโครงการให้เหมาะสม เพื่อคงความสามารถในการทำกำไรภายใต้ความไม่แน่นอน ส่งผลให้เอไอเอสมีกำไรสุทธิ 26,922 ล้านบาท และปันผลรวม 22,869 ล้านบาทในปี 2564
มุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงข่าย 5G และคุณภาพบริการ
แม้ต้องรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด เอไอเอสมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพโครงข่ายด้วยเทคโนโลยีใหม่จะช่วยสนับสนุนและรองรับการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะการทำงานและเรียนจากที่บ้าน รวมถึงการปรับใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในกระบวนการดำเนินงาน เสริมการขายและบริการผ่าน Remote agent การเปิดศูนย์บริการลูกค้าชั่วคราวนอกพื้นที่ห้าง และช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการในช่วงมาตรการปิดเมือง โดยเรายังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายโครงข่ายทั้ง 4G, 5G และอินเทอร์เน็ตบ้าน ด้วยงบลงทุน 26,000 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันเอไอเอสมีความครอบคลุมของเทคโนโลยี 5G กว่าร้อยละ 76 ของประชากร พร้อมดึงศักยภาพของเครือข่ายด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในทุกรูปแบบ
เดินหน้าสร้างความเป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัลไลฟ์
ในปีที่ผ่านมา เอไอเอสยังคงเดินหน้ามุ่งสร้างความเป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัลไลฟ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยเอไอเอสประกาศความร่วมมือสำคัญหลากหลายด้าน อาทิ ความร่วมมือกับ Microsoft ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจสำหรับบริการด้านคลาวด์ (Cloud) ในประเทศไทย พร้อมยกระดับความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์ของพนักงานเอไอเอสในเชิงลึก เสริมความแข็งแกร่งในการให้บริการลูกค้าองค์กรมากขึ้น สำหรับลูกค้าทั่วไป เอไอเอสได้ร่วมมือกับ Disney+ Hotstar ที่เอไอเอสเป็นพันธมิตรรายเดียวในประเทศไทยที่นำเสนอแพ็กเกจพิเศษให้คนไทยเข้าถึงบริการได้ง่ายมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของ AIS นอกจากนี้ เอไอเอสได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาร่วมทุน การจัดตั้งบริษัทในชื่อ "เอไอเอสซีบี" (AISCB) มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลที่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับคนไทยมากยิ่งขึ้น การพัฒนาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่สำคัญของเอไอเอสเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในการให้บริการด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์มแก่ลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร
ร่วมช่วยเหลือและสนับสนุนการเติบโตทุกภาคส่วน สู่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแรง
สิ่งสำคัญในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤติและปรับธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน คือ การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและรักษาสถานะทางการเงินให้มีความมั่นคงรองรับวิกฤติและความท้าทาย อีกทั้งเรามีความเชื่อว่า เทคโนโลยีดิจิทัลคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศได้ไม่ว่าจะอยู่ในเงื่อนไขใดก็ตาม ฉะนั้น ภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดมากมาย เอไอเอสยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เข้าถึงและครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ พร้อมที่จะเชื่อมต่อให้สามารถปรับตัวสู่โลกใหม่ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน สร้างความพร้อมสู่การพัฒนาประเทศในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และผลักดัน Digital Ecosystem ของประเทศไทย เอไอเอสมุ่งใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการบริการนำพา ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า พนักงาน สังคม และประเทศไทย ก้าวผ่านความท้าทายนี้สู่การฟื้นตัวของทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน

ในทุกๆภาวการณ์ เอไอเอสยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) โดยนำเอาแนวทางดังกล่าวผสมผสานให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ทั้งในเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียกับองค์กรอย่างรอบด้านทำให้เอไอเอสได้รับการจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ทั้งในกลุ่มดัชนีโลกและดัชนีตลาดเกิดใหม่ (DJSI World and Emerging Markets Indices) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของเรา และเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจในการทำงานของชาว เอไอเอสที่ร่วมกันสร้างการเติบโตและความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อคนไทยอย่างยั่งยืน สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ด้วยความนับถือ

กานต์ ตระกูลฮุน
ประธานกรรมการบริษัท

สมชัย เลิศสุทธิวงค์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร