สารจากประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

3 ทศวรรษแห่งความเป็นผู้นำของเอไอเอส สู่ความแข็งแกร่งในปีแห่งความท้าทาย
ในปี 2563 เอไอเอสได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 30 ปี และเป็นปีที่เราได้เผชิญกับความท้าทายรูปแบบใหม่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วน และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ธุรกิจของเอไอเอสได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเช่นเดียวกัน โดยรายได้รวมของปี 2563 ลดลงร้อยละ 4.4 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลงจากทั้งกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง ประกอบกับรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไป อย่างไรก็ตาม เรายังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกระแสการทำงานจากที่บ้าน (Work from home) และเรียนจากที่บ้าน (Learn from home) ช่วยเสริมให้เอไอเอสไฟเบอร์บรรลุเป้าหมายจำนวนผู้ใช้บริการที่ 1.35 ล้านรายในปีที่ผ่านมา ด้วยแนวโน้มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เรายังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายและกระแสเงินสด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ทำให้ในปี 2563 เอไอเอสยังคงมีกำไรสุทธิ 28,423 ล้านบาท และปันผลรวม 20,219 ล้านบาท
คงคุณภาพบริการอับดับ 1 พร้อมลงทุนต่อเนื่องเพื่อเสริมศักยภาพในระยะยาว
เอไอเอสมีความภูมิใจที่มีส่วนร่วมฝ่าฝันวิกฤติในครั้งนี้พร้อมกับทั้งชาวไทยและภาคธุรกิจไทย ด้วยความพร้อมของทุกบริการเพื่อการติดต่อสื่อสารที่ไม่สะดุด โดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการดาต้าบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงปิดเมืองในไตรมาส 2 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของโครงข่ายเพื่อสามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการดูแลพนักงานซึ่งถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่หลักที่จะช่วยให้องค์กรเผชิญหน้ารับมือกับความไม่แน่นอนจากสภาวะวิกฤติ เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ได้ยกระดับประสิทธิภาพบริการของทางดิจิทัลต่างๆ อาทิ แอพพลิเคชั่น my AIS และช่องทางออนไลน์ต่างๆ (e-channel) เพื่อให้สามารถบริการเสมือนศูนย์บริการเพื่อรองรับความต้องการใช้ช่วงปิดเมือง (Lockdown) อีกทั้งเอไอเอสได้ร่วมมือกับ กสทช. ทั้งการมอบดาต้าฟรี และค่าโทรฟรีเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการ

ในปีที่ผ่านมา เรายังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายโครงข่ายทั้ง 4G, 5G และอินเทอร์เน็ตบ้าน ด้วยงบประมาณลงทุน 25,000 - 30,000 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในอุตสาหกรรมจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการในฐานะเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 ของประเทศ และเพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่ของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ถูกเร่งด้วยสถานการณ์โควิด-19

ยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยี 5G และร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทย
หลังจากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวใช้ชีวิตบนวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งเอไอเอสมุ่งมั่นที่จะนำ Digital Infrastructure เข้าร่วมสนับสนุนและผลักดันเศรษฐกิจไทย จากความสามารถของเทคโนโลยีบนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งเอไอเอสชนะการประมูลและเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่จำนวนมากที่สุดทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง และได้เปิดให้บริการเป็นรายแรกของประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 และขยายครอบคลุม 77 จังหวัดของไทย คิดเป็นความครอบคลุมร้อยละ 1x ของประชากร เอไอเอสจึงมีความพร้อมที่จะนำโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเข้าเสริมขีดความสามารถของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมซึ่งจะเป็นกลไกในการฟื้นฟูประเทศ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม อาทิ
  • ภาคสาธารณสุข ในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อพัฒนาการรักษาทางไกล (Telemedicine) อย่างต่อเนื่อง
  • ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในฐานะผู้ให้บริการด้านไอซีทีและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจง ทั้งเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในภาคพื้นดิน สนามบินอัจฉริยะ (Smart Airport) ในภาคอากาศ และท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Seaport) ในภาคทางทะเล
เสริมศักยภาพการเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์ สร้างรายได้จากธุรกิจใหม่
แม้ว่าสถานการณ์ในปี 2564 จะมีผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ และส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงมีความไม่แน่นอน เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการ โดยเฉพาะการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงข่ายเทคโนโลยี 5G ด้วยความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินและกระแสเงินสด ทั้งนี้ เพื่อเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมในระยะยาวและเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่ นอกเหนือจากธุรกิจโทรคมนาคม เอไอเอสได้วางยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมขยายฐานรายได้ลูกค้าองค์กรด้วยการยกระดับประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี 5G สู่การพัฒนา Industry solution ร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยนำเทคโนโลยีใหม่มาช่วยพลิกฟื้นภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้กลับมาเติบโตในการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในวิถีใหม่ (New normal)

เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในสินค้าและบริการของเอไอเอส ขอบคุณพนักงาน คู่ค้าทุกรายและผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อฝ่าฝันความท้าทายในช่วงสภาวะวิกฤติในปีที่ผ่านมา เพื่อยังคงสามารถรักษาคุณภาพบริการสูงสุดในฐานะผู้นำของอุตสาหกรรม และขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านได้ให้ความไว้วางใจกับเอไอเอส เราในฐานะที่เป็นผู้บริหารและพนักงานของเอไอเอสทุกคน ขอสัญญาว่าเราจะร่วมกันตั้งใจทำงาน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่เราวางไว้ สุดท้ายนี้ ผมขอส่งกำลังใจและความห่วงใยถึงทุกท่าน เพื่อก้าวผ่านการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปอย่างปลอดภัยด้วยกัน

ด้วยความนับถือ

กานต์ ตระกูลฮุน
ประธานกรรมการบริษัท

สมชัย เลิศสุทธิวงค์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร