สารจากประธานกรรมการ

รักษาความแข็งแกร่งได้ในทุกธุรกิจ
ในปี 2562 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของเอไอเอส แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ค่อยดีนักโดยมีอัตรา ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเติบโตที่ร้อยละ 2.4 ประกอบกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในตลาด โทรศัพท์เคลื่อนที่และตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่เอไอเอสยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจ โทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้ กว่าร้อยละ 48 สูงที่สุดในอุตสาหกรรม สำหรับธุรกิจ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้แบรนด์เอไอเอส ไฟเบอร์ แม้เราจะเข้าสู่ธุรกิจนี้เพียง 5 ปี แต่เอไอเอส ไฟเบอร์มี อัตราการเติบโตเชิงรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการสูง กว่าผู้ให้บริการรายอื่น บรรลุเป้าหมายจำนวนผู้ใช้ บริการที่เติบโตต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1 ล้านรายในปีที่ผ่าน มา ส่งผลให้ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดเชิงจำนวนผู้ ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 10 โดย ในปีนี้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้เริ่มสร้างผล กำไรสุทธิเป็นปีแรก ในส่วนของธุรกิจลูกค้าองค์กร หลังจากเข้าซื้อกิจการของซีเอสแอลมาเสริมทัพ ทำให้ เอไอเอสสามารถต่อยอดผสมผสานสินค้าและบริการ ที่หลากหลาย นอกจากนี้ เราได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำการให้บริการ ICT แบบครบวงจร ส่งผลให้เอไอเอส สามารถเติบโตในตลาดลูกค้าองค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง และมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขยายคุณภาพและเพิ่มความแข็งแรง ในแพลตฟอร์มดิจิทัล
ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ เอไอเอสได้ใช้ กลยุทธ์ต่อยอดการหารายได้จากฐานลูกค้าโทรศัพท์ เคลื่อนที่ที่เอไอเอสมีมากที่สุดกว่า 42 ล้านราย โดยได้ ลงทุนในการทำแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการด้านดิจิทัล อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2562 เอไอเอสได้ขยายการเติบโต ของบริการวีดีโอแพลตฟอร์ม AIS PLAY อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีลูกค้าที่ใช้งาน AIS PLAY เติบโตเป็น 2 ล้านราย ทั้งบนแพลตฟอร์มมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน นอกจาก นี้ เอไอเอสได้รุกสู่ธุรกิจบริการประกันภัยโดยร่วมมือ กับบริษัทประกันภัยเพื่อเป็นช่องทางในการขายประกันภัยแบบ ออนไลน ์ อกี ทั้งไดข้ ยายบริการเขา้ สตู่ ลาด eSports เพื่อสนบั สนนุ การเติบโตของตลาดเกม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการให้บริการด้านดิจิทัลต่อไปในอนาคตของเอไอเอส เพื่อให้ธุรกิจของเอไอเอสเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน

เสริมความแข็งแกร่ง เพื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของเอไอเอส
ตลอด 29 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เอไอเอสยังคงเป็นที่ 1 ต่อเนื่องจาก อดีตมาจนถึงปัจจุบัน คือ การให้ความสำคัญกับลูกค้า คู่ค้า และ พนักงาน โดยเรามองลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในทุก ด้าน ทั้งการส่งมอบเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและการให้บริการที่ตอบ โจทย์ความต้องการของลูกค้า เรามีความเชื่อว่าการเติบโตของ ธุรกิจนับจากนี้ไปต้องอาศัยความร่วมมือจากคู่ค้า โดยเฉพาะ ในยุค 5G ที่กำลังจะมาถึง จำเป็นจะต้องมีพันธมิตรจากหลาก หลายธุรกิจเข้ามาช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโตไปด้วยกัน และเอไอ เอสยังให้ความสำคัญกับพนักงาน โดยเน้นส่งเสริมให้พนักงาน มีการปรับตัวและพัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อการให้บริการที่ตอบ โจทย์ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปให้ได้

สำหรับเป้าหมายและทิศทางของเอไอเอสใน 3-5 ปีข้างหน้า แม้เอไอ เอสเองจะเป็นที่ 1 ในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่เอไอเอสต้องการ ผันตัวเองจากผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม (Telecom provider) สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์ (Digital life service provider) เพราะสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือของลูกค้าสามารถเข้า ถึงบริการต่างๆ ได้มากมาย และเราเชื่อว่าลูกค้าของเราในวันนี้ ไม่ได้ต้องการใช้สินค้าและบริการของเราแค่การติดต่อสื่อสาร เพราะฉะนั้น กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของเอไอเอส วงแรกที่เรา มอง คือ เอไอเอสยังต้องเสริมสร้างความแข็งแรงในธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น เรายังคงพัฒนาในส่วนวงที่ 2 ที่เรียกว่าเครื่องสร้างรายได้ใหม่ ทั้งการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการให้บริการลูกค้า องค์กร ส่วนที่ 3 คือ แพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นการวางรากฐาน และยุทธศาสตร์ในการหารายได้จากอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต

ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ เอไอเอสก้าวสู่มิติใหม่ที่จะส่งมอบบริการดิจิทัลที่สร้างความแตก ต่างในแง่ประสบการณ์ของลูกค้า และทำให้เอไอเอสมีโอกาสในการ แสวงหารายได้ในธุรกิจหรือในบริการที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ใน 1-2 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสได้เริ่มทดสอบทดลองคลื่นความถี่ 5G เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้บริการ 5G ในอนาคตให้กับคน ไทย และมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและ เทคโนโลยี รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ให้ก้าวล้ำอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถให้กับภาคอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วนของประเทศ

สร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน และร่วมส่งเสริมการพัฒนาประเทศ
ในปี 2562 เอไอเอสได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน ดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ทั้ง ในดัชนีตลาดโลกและตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และ นโยบายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการตระหนักถึงการ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เอไอเอสยังคงส่งมอบผลการดำเนินงานที่ดี ด้วยการทำงาน ที่โปร่งใส รวมถึงการให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นส่วนตัว ของข้อมูลของลูกค้า และเอไอเอสได้ผลักดันโครงการ e-waste ในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และ มุ่งมั่นส่งเสริมให้คนไทยมีความฉลาดทางการใช้ดิจิทัล (DQ) และใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ นำพาประเทศไทยเป็นสังคม ดิจิทัลที่ปลอดภัย

เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในสินค้าและบริการ ของเอไอเอส ขอขอบคุณคู่ค้าทุกรายที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพื่อตอบความต้องการของผู้ใช้บริการของเราได้อย่างดีตลอดมา และขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านได้ให้ความไว้วางใจกับเอไอเอส เราในฐานะที่เป็นผู้บริหารและพนักงานของเอไอเอสทุกคน ขอสัญญาว่าเราจะร่วมกันตั้งใจทำงาน เพื่อให้บรรลุตาม เป้าหมายที่เราวางไว้ และที่สำคัญก็คือว่าเราจะดูแลและตอบแทน ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างเต็มที่ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาประเทศตลอดไป

ด้วยความนับถือ

กานต์ ตระกูลฮุน
ประธานกรรมการบริษัท

สมชัย เลิศสุทธิวงค์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร